สนุกเกอร์

 

สนุกเกอร์เป็นกีฬาในร่มที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะ อังกฤษ และ จีน ส่วนประเทศไทยกีฬาสนุกเกอร์ได้รับความนิยมมาก ในช่วงที่มีนักกีฬาสนุกเกอร์ชาวไทย ไปสร้างชื่อในการแข่งขันสนุกเกอร์ระดับโลก สนุกเกอร์เป็นกีฬาที่มีผู้ติดตามรับชมเป็นจำนวนมากในแต่ละปี จัดเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมาธิในการเล่นสูง

 

ประวัติสนุกเกอร์

 

สนุกเกอร์ คือศัพท์แสลง ที่ใช้เรียกคนที่แทงลูกสนุกเกอร์ไม่โดนสักที ของทหารอังกฤษที่เป็นผู้คิดค้นกีฬาชนิดนี้ขึ้น ระหว่างที่ว่างจากการรบในช่วงสงครามโลก สนุกเกอร์มีต้นกำเนิดจากนายทหารระดับผู้พัน ชื่อว่า เนวิลล์ ฟรานซิส ฟิตซ์เจอรัลด์ แชมเบอร์เลน  ที่ได้สร้างโต๊ะสนุกเกอร์และกำหนด กติกาการเล่นให้สนุกเกอร์ ต่อมาสนุกเกอร์ได้ถูกดัดแปลงจนได้วิธีการเล่นที่ลงตัวและได้รับความนิยมไปทั่วยุโรป ก่อนที่จะเป็นกีฬาที่คนรู้จักกันไปทั่วโลกในปัจจุบัน

 

อุปกรณ์การเล่นสนุกเกอร์

 

โต๊ะสนุกเกอร์

โต๊ะสนุกเกอร์ตามมาตรฐานสากลต้องมีขนาด 11×5 ฟุต มีหลุม 6 หลุม โดยหลุมจะอยุ่ที่มุมทั้ง 4 ด้านของโต๊ะ และอีก 2 หลุม อยู่ตรงกลางในแนวยาวของโต๊ะ พื้นโต๊ะปูด้วยสักลาดสีเขียว ขอบโต๊ะเป็นไม้กั้นไม่ให้ลูกสนุกเกอร์ตกพื้น

 

ไม้คิว

เป็นไม้ที่มีความยาวต่างๆ เพื่อให้ผู้เล่นเลือกใช้อันที่ถนัดที่สุด ปลายไม้จะมีหัวชอล์คเพื่อใช้แรงส่งจากแขนไปกระทบยังลูกสนุกเกอร์ทำได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

 

ลูกสนุกเกอร์

ลูกสนุกเกอร์มีทั้งหมด 22 ลูก แต่ละลูกจะมีน้ำหนักประมาณ 52.5 มล. ทำจากพลาสติกชนิดหนึ่ง  มีสีและคะแนนที่ต่างกันดังนี้

– สีแดง 15 ลูก 1 คะแนน

– สีเหลือง 1 ลูก 2 คะแนน

– สีเขียว 1 ลูก 3 คะแนน

– สีน้ำตาล 1 ลูก 4 คะแนน

– สีน้ำเงิน 1 ลูก 5 คะแนน

– สีชมพู 1 ลูก 6 คะแนน

– สีดำ 1 ลูก 7 คะแนน

– สีขาว 1 ลูก ไม่มีคะแนน ใช้ในการแทงเพื่อไปกระทบลูกสีต่างๆ ในการเล่น

 

อุปกรณ์อื่นๆ

 

อุปกรณ์ที่ช่วยในการเล่นอื่นๆ

– ไม้คิวแบบคอหงส์ ปลายไม้จะเป็นเหล็กรูปตัว U เอาไว้เพื่อวางไม้คิวลงไป

– ไม้คิวแบบสไปเดอร์ ปลายไม้จะเป็นเหล็กรูปตัว U ขนาดเล็กกว่าแบบคอหงส์

– ไม้เรสต์       ปลายไม้จะเป็นรูปตัว X เอาไว้วางไม้คิว เพื่อใช้ในการแทงลูกที่อยู่ในตำแหน่งที่เล่นได้ยาก

 – ชอล์ค : ใช้สำหรับฝนหัวไม้คิว

 

กติกาการเล่นสนุกเกอร์

 

ผู้เล่นต้องใช้ไม้คิวแทงลูกสีขาวเพื่อไปกระทบลูกสีต่างๆ ให้ลงหลุม ตามกติกาที่กำหนด ลูกสนุกเกอร์แต่ละลูกจะมีคะแนนตามสีที่กำหนดไว้ ผู้เล่นจะได้คะแนนสะสมไปเรื่อยๆ เมื่อผู้เล่นแทงพลาด ผู้เล่นอีกฝ่ายจะได้เล่นเพื่อสะสมคะแนนบ้าง คะแนนที่ทั้งสองฝั่งทำได้จะถูกบันทึกไว้ในการแทงแต่ละรอบ และเมื่อลูกลงหลุมหมดโต๊ะ ผู้เล่นที่มีคะแนนมากกว่าจะเป็นผู้ชนะในเฟรมนั้น โดยการแข่งขันในระดับสากลทั่วไปมักจะแข่งกัน 4 ใน 7 เฟรม(ใครได้ 4 เฟรมก่อนชนะไป) ผู้เล่นมีสิทธิ์ขอยอมแพ้โดยไม่ต้องรอให้ลูกลงหลุมจนหมดโต๊ะก็ได้ ถ้าถึงตาที่ตัวเองได้เล่นและคำนวณดูแล้วคะแนนของลูกสนุกเกอร์บนโต๊ะทั้งหมด ไม่สามารถทำคะแนนกลับมาชนะได้

 

วิธีเล่นสนุกเกอร์แบบ step-by-step

  1. เริ่มเกมผู้เล่นเลือกตั้งลูกสีขาวในครึ่งวงกลมบริเวณใดก็ได้ที่ด้านบนของโต๊ะ ในการแทงครั้งแรกผู้เล่นต้องแทงให้โดนลูกสีแดงลูกใดก็ได้ในจำนวน 15 ลูกที่ถูกเรียงไว้เป็นรูปปิรามิดบริเวณด้านล่างของโต๊ะ

 

  1. ผู้เล่นต้องพยายามแทงลูกสีแดงให้ลงหลุมก่อน 1 ลูก จะได้ 1 คะแนน จากนั้นจะได้เลือกแทงลูกสีอื่นได้ทั้งหมดยกเว้นสีแดง(ลูกสีอื่นนอกจาก ขาวกับแดงในสนุกเกอร์ จะถูกเรียกว่า “ลูกสี” ) ลูกสีแต่ละลูกจะมีแต้มตามที่กำหนดไว้ ลูกสี ที่ถูกแทงลงหลุมไปแล้วจะถูกเก็บกลับมาวางตามตำแหน่งขอตัวเองอีกครั้ง ถ้ายังมีลูกสีแดงอยู่บนโต๊ะ

 

  1. เมื่อลูกสีแดงทั้ง 15 ลูก ถูกแทงลงหลุมทั้งหมดแล้ว ผู้เล่นต้องแทง ลูกสี ตามลำดับคะแนนจากน้อยไปมากให้หมดโต๊ะ ดังนี้ ลูกสีเหลือง(2 คะแนน) ลูกสีเขียว(3 คะแนน) ลูกสีน้ำตาล(4 คะแนน) ลูกสีน้ำเงิน(5 คะแนน) ลูกสีชมพู(6 คะแนน) และปิดท้ายด้วยลูกสีดำ(7 คะแนน) การแทงในรอบนี้ลูกสีจะไม่ถูกนำกลับมาวางบนโต๊ะอีก และเมื่อลูกหมดโต๊ะ ผู้เล่นที่มีคะแนนมากกว่าจะเป็นผู้ชนะในเฟรมนั้น

 

การฟาวล์

 

การฟาวล์ในกีฬาสนุกเกอร์ เกิดขึ้นได้หลายกรณี ส่วนใหญ่ผู้เล่นที่ทำฟาวล์จะโดนหัก 4 คะแนน ไปให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามทันที โดยการฟาวล์จะมีรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  1. การฟาวล์กับลูกสี – การฟาวล์กับ ลูกสีเหลือง สีเขียว และสีน้ำตาล จะโดนหัก 4 คะแนน สีน้ำเงิน โดนหัก 5 คะแนน ลูกสีชมพู โดนหัก 6 คะแนน และ ลูกสีดำ โดนหัก 7 คะแนน
  2. การแทงพลาด – จะโดนหัก 4 คะแนน
  3. แทงลูกขาวพลาด – การแทงลูกขาวพลาด จะโดนหักคะแนนหลายแบบ เช่น ถ้าแทงโดนลูกแดงแล้วลูกลงหลุม จะโดนหัก 4 คะแนน ถ้าแทงโดนลูกสีดำแล้วลงหลุมจะเสีย 7 คะแนน การฟาวล์แบบนี้จะเรียกว่า “เปลี่ยน” ผู้ที่ทำฟาวล์จะมีทางเลือก 3 แบบ คือ 1. เลือกเล่นต่อ 2. ให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเป็นคนแทงต่อจากจุดนั้น 3. นำลูกกลับไปวางจุดเดิมอีกครั้งแล้วแทงใหม่ โดยคะแนนจากการแทงพลาดจะโดนหักไปแล้ว
  4. การฟาวล์จากการสัมผัสโดนลูกอื่นก่อนแทงลูกสีขาว : จะโดนหัก 4 คะแนน และผู้ที่ทำฟาวล์มี 4 ทางเลือก
  5. เลือกเล่นต่อในตำแหน่งปัจจุบัน
  6. ให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเล่นต่อจากตำแหน่งปัจจุบัน
  7. ให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเล่นจากตำแหน่งก่อนหน้า
  8. ฟรี บอล คือการเลือกแทงลูกสีแทนลูกสีแดงได้เลย แต่จะได้ 1 คะแนนเท่านั้น และหลังจากนั้นก็จะได้เลือกแทงลูกสี อีกครั้ง

 

การวางสนุก

 

การวางสนุก คือ การแทงโดยไม่ได้ตั้งใจให้ลูกลงหลุม แต่เป็นการแทงเพื่อให้ลูกขาวไปอยู่ในจุดที่ทำให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเล่นต่อได้ยาก การเล่นลักษณะนี้ เรียกว่า “การวางสนุก” ถ้าผู้เล่นฝั่งตรงข้ามแก้ไขไม่ได้ จะโดนหัก 4 คะแนน โดยจะเรียกว่าการ “แก้สนุก” การวางสนุกเป็นการเล่นที่สำคัญมากในการเล่นสนุกเกอร์ สามารถทำให้ผู้เล่นที่มีคะแนนตามหลังมีโอกาสกลับมาชนะได้เลย

 

เซนจูรี่เบรก

 

เซนจูรี่เบรก (Century break) คือการทำคะแนนได้มากกว่า 100 คะแนน ในการแทงในรอบนั้นโดยไม่พลาด  เซนจูรี่เบรก สามารถทำได้สูงสุดที่ 147 คะแนน โดยผู้เล่นจะต้องแทงลูกสีแดงและลูกสีดำสลับทุกรอบตั้งแต่เริ่มเกม และแทงลูกสีแดงจนหมดโต๊ะ ตามด้วยการแทงลูกสีตามลำดับสีจนหมดโต๊ะโดยไม่พลาดแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งทำได้ยาก แต่ก็มีให้เห็นกันบ่อยในการแข่งขันในระดับมืออาชีพ