ฟุตบอลชายหาด - ลูกหนังริมหาด เทคนิคระดับเทพ

 

ฟุตบอลชายหาด

 

ฟุตบอลชายหาด เดิมทีเป็นกีฬาที่ไม่เป็นทางการ เริ่มโดยผู้คนที่นำเอาลูกบอลมาเตะเล่นกันตามริมชายหาดเวลาไปเที่ยวและหากิจกรรมเล่นสนุกกับเพื่อนฝูง ต่อมาได้มีการเกิดไอเดียอยากให้ฟุตบอลชายหาดเป็นกีฬาที่มีกติกาการเล่นที่ชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด จึงได้เชิญนักฟุตบอลอาชีพและสมัครเล่นมาปรึกษากัน เพื่อช่วยกันคิดกติกาการเล่นฟุตบอลชายหาดที่ลงตัว เมื่อได้ข้อสรุปจึงได้มีการก่อตั้งสมาคมบีซซอกเกอร์ เวิลด์ไวด์ ขึ้น และได้เปิดให้มีการแข่งขันฟุตบอลชายหาดขึ้น โดยเริ่มจากการแข่งแบบสมัครเล่นและมีในระดับอาชีพตามมา

 

ฟุตบอลชายหาดแตกต่างจากฟุตบอลทั่วไปอย่างไร

 

ข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างฟุตบอลทั่วไปกับฟุตบอลชายหาด คือ พื้นสนาม โดยฟุตบอลชายหาด พื้นสนามจะเป็นทราย ที่ไม่ได้เรียบไปทั้งสนาม ทำให้ การเตะส่งบอล การเตะเพื่อทำประตู และการเลี้ยงบอล ทำได้ยากกว่าฟุตบอลทั่วไปมาก บนสนามทรายที่มีความหนืดเมื่อเหยียบลงไป ทำให้ผู้เล่นต้องใช้แรงมากกว่าปกติ ทำให้ในการแข่งฟุตบอลชายหาดทั่วไป เรามักจะได้เห็นเทคนิคการเล่นด้วยลูกกลางอากาศอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น การส่งบอลด้วยการงัดบอล, การยิงประตูแบบวอลเล่ย์, การขว้างลูกของผู้รักษาประตู

 

เทคนิคการเล่นฟุตบอลชายหาด

 

เทคนิคการเล่นฟุตบอลชายหาดในระดับมืออาชีพ คือการเล่นบอลกับลูกกลางอากาศ เช่น การเดาะบอลแทนการเลี้ยงบอลไปบนพื้น, การส่งบอลแบบงัดบอลขึ้น, การยิงด้วยการตีลังกายิง การเล่นบอลกับพื้นทรายของกีฬาฟุตบอลชายหาดเป็นอะไรที่คาดเดาได้ยาก เพราะเมื่อบอลกระทบกับทรายลูกจะกระดอนไปในทิศทางใดก็ได้

 

สนามฟุตบอลชายหาด

 

สนามฟุตบอลชายหาดในระดับการแข่งขัน จะมีความยาว 35 เมตร และกว้าง 26 เมตร โดยประมาณ ประตูมีความกว้าง 5.5 เมตร และสูงประมาณ 2 เมตร ตามกติกานักกีฬาต้องเล่นด้วยเท้าเปล่า สนามการแข่งขันผู้จัดการแข่งขันต้องเตรียมพร้อมให้ได้ตามมาตรฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ทรายที่ได้มาตรฐานที่กำหนดและต้องไม่มีสิ่งที่สามารถบาดเท้าผู้เล่นได้ เช่น เปลือกหอย เศษแก้ว

 

ลูกฟุตบอลชายหาด

 

ลูกฟุตบอลชายหาดจะมีความเบาและเหินกว่าลูกฟุตบอลทั่วไป โดยลูกฟุตบอลชายหาดที่ได้มาตรฐานจะมีน้ำหนัก 400-440 กรัม และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 70 ซม. โดยประมาณ แรงดันลูกอยู่ที่ระหว่าง 0.4-0.6 ที่ระดับน้ำทะเล ที่ลูกฟุตบอลจะมีเครื่องหมาย ฟีฟ่า และ IMS กำกับอยู่

 

กติกาการเล่นฟุตบอลชายหาด

 

ฟุตบอลชายหาดมีรูปแบบการเล่นคล้ายฟุตซอลมาก คือ เล่นกันข้างละ 5 คน ตัวสำรองข้างละ 7-8 คน ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนตัวเข้า-ออกได้ตลอดเวลา เพราะฟุตบอลชายหาดเป็นกีฬาที่ต้องใช้แรงในการเล่นมากกว่าฟุตบอลปกติทำให้เหนื่อยง่าย   ด้วยความที่ฟุตบอลชายหาดสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ตลอดเวลา ทำให้แทคติคการเล่น มีออกมาหลายรูปแบบ ถือเป็นจุดเด่นของกีฬาชนิดนี้

 

เวลาในการเล่นฟุตบอลชายหาด

 

ฟุตบอลชายหาด จะแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ช่วง ช่วงละ 12 นาที และจะมีการหยุดเวลาทุกครั้งที่ลูกตาย เช่น  เวลาทำประตูได้, ลูกออกนอกสนาม, มีการทำฟาวล์  ทำให้เวลาในการแข่งขัน 36 นาทีนั้นเวลาแข่งจริงจะใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมง เพราะในการแข่งขันจะมีการหยุดเวลาบ่อย เมื่อหมดเวลาถ้าทั้งสองทีมมีสกอร์เท่ากัน ต้องต่อเวลาออกไปอีก 3 นาที และถ้ายังเสมอกันอีกจะมีการยิงลูกจุดโทษตัดสินข้างละ 3 คน

 

ใบเหลือง-ใบแดง

 

ฟุตบอลชายหาด มีกติกาการโดนใบเหลือง ที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ผู้เล่นที่โดนใบเหลืองจะต้องออกไปนั่งที่ข้างสนามเป็นเวลา 2 นาที เท่ากับทั้งสองฝั่งจะเล่นกัน 5 ต่อ 4 เป็นระยะเวลา 2 นาที ซึ่งเสียเปรียบค่อนข้างมาก ผู้เล่นที่โดนใบเหลืองเมื่อได้กลับไปเล่นในสนามอีกครั้ง ถ้าโดนใบเหลืองอีก จะนับเป็น 1 ใบแดง ต้องถูกเชิญออกนอกสนามอย่างถาวรในเกมนั้นทันที

 

การเล่นลูกฟรีคิก

 

ฟุตบอลชายหาดจะมีการเล่นลูกฟรีคิก 2 แบบ คือ

  1. ฟาวล์ในเขตตัวเอง ผู้เล่นที่ถูกทำฟาวล์ในเขตตัวเอง จะต้องเป็นคนเล่นลูกเท่านั้น โดยต้องเล่นให้ตรงกับจุดที่โดนทำฟาวล์ ส่วนผู้เล่นคนอื่น สามารถยืนบริเวณใดก็ได้ของสนาม แต่ต้องไม่บังทางบอลตอนเตะฟรีคิก
  2. ฟาล์วในเขตทีมตรงข้าม ผู้เล่นที่ถูกทำฟาวล์ในเขตทีมตรงข้าม ต้องเป็นคนเล่นลูกเท่านั้น ส่วนการยืน ผู้เล่นของทีมที่ได้เตะลูกฟรีคิกต้องยืนอยู่หลังลูกบอล และทีมที่ตั้งรับต้องอยู่ในเขตตัวเองหลังลูกบอลอีกฝั่ง ที่กติกาให้ยืนลักษณะนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ทีมรุกโยนบอลให้เพื่อนที่ไปรอที่หน้าประตูเพราะจะง่ายเกินไป

 

การเล่นลูกข้างของฟุตบอลชายหาด

 

เมื่อลูกบอลออกข้างสนาม ในฟุตบอลชายหาดสามารถส่งลูกเข้าสนาม ได้ 2 แบบ คือ ใช้เท้าส่งบอลเข้าสนามแบบฟุตซอล หรือ ใช้มือทุ่มบอลเข้าสนามแบบฟุตบอลสนามใหญ่ ผู้เล่นต้องส่งบอลเข้าสนามภายใน 4 วินาที นับจากจุดที่เตรียมส่งลูก

 

การนับแต้มของฟุตบอลชายหาด

 

ฟุตบอลชายหาด กำหนดให้แต่ละทีมเล่นจนรู้ผู้ผลแพ้-ชนะ โดยไม่มีการเสมอเมื่อจบเกม และการชนะในรูปแบบต่างๆ แต่ละทีมจะได้คะแนนที่ต่างกัน  ดังนี้

– ชนะได้ในเวลาปกติ ได้ 3 คะแนน

– ชนะได้จากการต่อเวลา ได้ 2 คะแนน

– ชนะได้จากการยิงลูกจุดโทษ ได้ 1 คะแนน

– แพ้ ไม่ได้คะแนน

ที่กติกากำหนดไว้เช่นนี้ เนื่องจากเวลาแข่งที่เป็นรอบแบ่งกลุ่ม มักจะมีทีมที่มีคะแนนเท่ากันหลายทีม ทำให้ต้องมาเตะเพลย์-ออฟกันอีก ซึ่งเสียเวลามาก ส่วนการแข่งขันแบบ เหย้า-เยือน จะมีกฎการยิงประตูทีมเยือน(away goal)มาใช้ในการตัดสินหาทีมเข้ารอบด้วย ยกตัวอย่าง เช่น นัดแรกเล่นที่สนามทีม Brazil (สกอร์จบที่ ทีม Brazil 2-1 ทีม England) นัดที่ 2 เล่นที่สนามทีม England (สกอร์จบที่ ทีม England 3-2 ทีม Brazil) สกอร์รวม 2 นัด จะเท่ากันที่ 4-4 แต่ทีม Brazil จะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป เพราะยิงประตูเมื่อออกไปเล่นนอกบ้านได้มากกว่า